เกิดเหตุชายและหญิงที่ระบุว่าตนเองเป็นแนวร่วมคนเสื้อแดงบุกเข้าทำร้ายนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ขณะเข้ายื่นหนังสือร้องเรียน โน้ต-อุดม แต้พานิช กรณี “เดี่ยว 13”
หนึ่งในผู้ก่อเหตุที่เกิดขึ้นกลางการถ่ายทอดสดของสำนักข่าวหลายแห่ง ประกาศตัวว่าชื่อ วีรวิทญ์ รุ่งเรืองศิริผล อายุ 62 ปี และอ้างว่าตัวเองเป็นหนึ่งในผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง และตั้งใจมา “ตบหน้า” นายศรีสุวรรณในครั้งนี้
“มาตบนักร้อง มันต้องร้องในสิ่งที่ควรจะร้อง ไม่ควรเห็นต่างจนเกินไป” นายวีรวิทญ์ กล่าวกับสื่อมวลชน หลังก่อเหตุ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.20 น. ระหว่างที่นายศรีสุวรรณ ำลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หน้ากองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. แต่หลังให้สัมภาษณ์ได้เพียง 6 นาที ชายหญิงคู่หนึ่งได้ผลักสื่อมวลชน และแหวกวงล้อมสื่อเข้าไปต่อยหน้านายศรีสุวรรณ จนเกิดเป็นเหตุชุลมุน ทะเลาะวิวาท ซึ่งนายศรีสุวรรณพยายามกอดรัดและสู้กลับ
เหตุชุลมุนเกิดขึ้นราว 1 นาทีก่อนสงบลง โดยผู้เห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่พยายามเข้าควบคุมสถานการณ์ จนท้ายสุด นายศรีสุวรรณได้เดินเข้าไปภายใน บก.ปอท. เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียน โน้ต-อุดม แต้พานิช กรณีเนื้อหาใน “เดี่ยว 13” สนับสนุนการชุมนุมต่อไป
ศรีสุวรณ ชูมือว่ายังสบายดี หลังเกิดเหตุ
ด้านนายวีรวิชญ์ชี้แจงต่อสื่อมวลชนถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ว่า “นายนี้เป็นนักร้อง ดังกว่านักร้องลูกทุ่ง มันเกินไป ผมตั้งใจแบบนี้จริง ๆ”
“ศรีสุวรรณบอกว่า ใครชุมนุมแจ้งจับหมด ผมเลยตั้งใจมาตบเพื่อสั่งสอน... ตำรวจที่สนิทกับผม ก็ฝากผมมาตบด้วย” นายวีรวิชญ์กล่าวอ้าง พร้อมประกาศว่า พร้อมถูกดำเนินคดี ฐานทำร้ายร่างกาย และกล่าวขอโทษ บก.ปอท. ที่มาก่อเหตุหน้าอาคารสำนักงาน
การร้องครั้งนี้ของศรีสุวรรณ
หลังเกิดเหตุ นายศรีสุวรรณ จรรยา เดินหน้าขอให้ บก.ปอท ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามครรลองของกฎหมาย กรณีมีบุคคลโชว์เดี่ยวไมโครโฟน 13 ซึ่งเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีการใช้ถ้อยคำ บางคำพูดอันอาจมีลักษณะส่งเสริมให้บุคคลร่วมชุมนุมสาธารณะที่ผิดกฎหมาย ซึ่งอาจขัดต่อความมั่นคงของรัฐและหรือละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อันเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ประกอบ พรบ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ.2560 หรือไม่ อย่างไร
ทั้งนี้ บทพูดของการโชว์เดี่ยวไมโครโฟนดังกล่าว มีบางคำพูด อาทิ “วันนี้รถติดเยอะหน่อย มีม็อบไล่คนที่เราอยากจะไล่เขา ก็ให้อภัยเขาไปนะครับ ถือว่าเขาทำงานแทนเรา” นั้น จะสื่อความหมายไปอย่างอื่นมิได้ นอกเสียจากการพูดเพื่อที่จะสื่อหรือโฆษณาให้ผู้ฟังหรือผู้ชม ได้เข้าใจตรงกันว่า มีเจตนาหรือจงใจที่จะให้ทุกคนที่รับฟังและรับชมให้อภัยกลุ่มผู้ที่ออกมาชุมนุมสาธารณะที่เกิดขึ้นหลายๆครั้งเมื่อช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานั่น “ทำงานแทนเรา” นั่นเอง
การชุมนุมเหล่านั้นล้วนผิดกฎหมาย ฝ่าฝืนข้อกำหนดใน ม.9 แห่ง พรก.ฉุกเฉิน 2548 และมีการสอดใส้การชุมนุมเป็นเรื่องการยกเลิก ปอ.112 และการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ มิใช่การชุมนุมเพื่อขับไล่ผู้นำรัฐบาลแต่อย่างใดไม่
ศรีสุวรรณ ร้องเรียนต่อ
กรณีดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่งแต่อย่างใด หากแต่อาจเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความผิดต่อแผ่นดิน อาจกระทบต่อความมั่นคง และอาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อันเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.84 ม.85 และหรือ ม.87 ประกอบ ม.14 แห่งพรบ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ.2560 ต้องระวางโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นด้วย และหรือต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ด้วยเหตุดังกล่าว นายศรีสุวรรณ ระบุว่า สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องนำความพร้อมพยานหลักฐานมาแจ้งต่อ บก.ปอท. ให้ใช้อำนาจตามกฎหมายในการตรวจสอบ สอบสวน กรณีดังกล่าวว่าเข้าข่ายความผิดอาญาต่อแผ่นดินหรือไม่ หากพบว่าเป็นความผิดให้ดำเนินการตามครรลองของกฎหมายต่อไป
สิ้นสุด Twitter โพสต์
ผู้ก่อเหตุคือใคร
นายวีรวิชญ์ ชื่อเล่นคือ ศักดิ์ มีอาชีพเป็นดีไซเนอร์ และอดีตผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง ปัจจุบัน อายุ 62 ปี
ตามข้อมูลของศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน เขาถูกกล่าวหาว่า ฝ่าฝืนข้อกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ จากการเข้าร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2563 บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
การชุมนุมครั้งนี้ ต่อมามีผู้ถูกดำเนินคดีรวมทั้งหมด 14 ราย ซึ่งพนักงานอัยการได้ทยอยสั่งฟ้องจำเลยแยกสำนวนคดีเป็นรายบุคคล โดยไม่ได้พิจารณาร่วมเป็นคดีเดียวกัน ต่อมา ศาลแขวงดุสิตได้ทยอยมีคำพิพากษายกฟ้องคดีไปแล้ว 5 รายด้วยกัน ได้แก่ คดีของภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล, อานันท์ ลุ่มจันทร์, ไพศาล จันปาน วสันต์ กล่ำถาวร และสุวรรณา ตาลเหล็ก
สำหรับคดีของวีรวิชญ์ เขาถูกอัยการฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2563 คดีมีการสืบพยานจนเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 20-21 เม.ย. 2565 ก่อนศาลนัดฟังคำพิพากษา และยกฟ้อง
นายวีรวิชญ์ ชื่อเล่นคือ ศักดิ์
หลังศาลพิพากษายกฟ้อง วีรวิชญ์เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ประกอบอาชีพเป็นดีไซเนอร์ ทำธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับการออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าและส่งออกไปยังต่างประเทศ ด้านการเงินถือว่ามีฐานะมั่นคง แต่เมื่อประเทศเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การบริหารภายใต้รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ไม่สามารถจัดการกับโรคระบาดโควิด-19 ได้ดีเท่าที่ควรเป็น และไม่สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาดีดังเดิมได้ จากการบริหารงานที่ล้มเหลวดังกล่าวทำให้ธุรกิจส่วนตัวของเขาได้รับผลกระทบขนาดหนัก ถึงขนาดกับถูกฟ้องล้มละลาย โดยประเมินเป็นความเสียหายมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท
อดีตเสื้อแดงที่ออกมาต่อสู้ทางการเมืองตั้งแต่ ปี 2549 ตัดสินใจถนนอีกครั้งเพื่อเรียกร้องให้ประยุทธ์ลาออก รวมถึงเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาปากท้องและปัญหาอื่นๆ อีกหลายข้อด้วยกัน จนนำมาซึ่งการถูกดำเนินคดีมากกว่าทางการเมืองรวมทั้งสิ้น 13 คดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ




0 Komentar