ผงะ!เมียหาย 5 วันพบในแทงก์น้ำ



เจ้าของแผงลอตเตอรี่ หายตัวไป 5 วัน สามีออกตามหาบ้านญาติไม่เจอพบเป็นศพในแทงก์น้ำหลังบ้าน เขียนจดหมายลาบอกเครียด ป่วยโรครุมเร้าและหนี้สิน ญาติไม่ติดใจสาเหตุ
19 ก.พ.66 ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช รับแจ้งว่ามีเหตุคนฆ่าตัวตาย กระโดดลงไปในแทงก์น้ำหลังบ้าน ใน ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ตรวจสอบพบแทงก์น้ำสเตนเลสสีขาว ขนาด 500 ลิตร ความสูงประมาณ 2 เมตร มีบันไดอะลูมิเนียมวางอยู่ข้างแทงก์น้ำ มีปิดแบบหลวมๆ ภายในแทงก์น้ำพบศพผู้ตายพองอืดส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปบริเวณ ซึ่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต๊กตึ้ง ได้ใช้วิธีสูบน้ำออกจากถังจนหมดแล้วใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างทำการตัดฝาแทงก์น้ำสเตนเลสประมาณ 1 ชั่วโมง จึงนำศพออกมาจากถังอย่างทุลักทุเลได้
สอบสวนทราบว่าผู้ตายอายุ 67 ปี เป็นเจ้าของบ้าน เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 วัน ในที่เกิดเหตุพบจดหมายลาตาย สั่งเสียว่า "กราบขอโทษที่ไม่มีปัญญาดูแลบ้านให้ดี ตอนนี้ทำไม่ค่อยไหว ตากำลังจะบอด ขอโทษลุงยิ้นที่ไม่ได้อยู่ดูแล ร่างกายไม่ไหวแล้ว อยู่ไม่ได้แล้วจริงๆ ขอโทษนะ ลุงยิ้นเข้มแข็งนะ ขอรบกวนป้าหนุ่ยอีกอย่างช่วยบอกตุ๋ยช่วยดูแลลุงยิ้นไปอยู่ด้วย และขอรบกวนช่วยแจ้งญาติให้เอาไปเผาเลย ไม่ต้องเอาไปไหนให้เป็นภาระ กราบขอบคุณป้าหนุ่ยมากๆ ที่คอยช่วยเหลือ...รบกวนเป็นครั้งสุดท้ายนะ"
จากการสอบปากคำลุงยิ้น จันทรศิริรังสี อายุ 70 ปี สามีของผู้ตายให้การว่า อาศัยอยู่บ้านดังกล่าวกันเพียงลำพัง 2 คนไม่มีลูก ยึดอาชีพเปิดแผงขายลอตเตอรี่และหนังสือพิมพ์รายวันมาหลายปีแล้ว ระยะหลังๆ ภรรยาของตนป่วยเป็นโรคหอบหืดและเบาหวานมาหลายปี และมีปัญหาเรื่องหนี้สิน เคยบ่นอยากฆ่าตัวและภรรยาของตนได้พยายามจะผูกคอตายมา 2 ครั้งแล้ว แต่ช่วยได้ทัน
ก่อนเกิดเหตุเมื่อประมาณเช้าวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ภรรยาหายตัวออกไปจากบ้านตามบ้านญาติหลายแห่งก็ไม่เจอ จนกระทั่งเช้าวันนี้พบมีน้ำสีเหลืองๆ ไหลออกจากแท๊งก์น้ำหลังบ้าน และมีบันไดอะลูมิเนียมวางอยู่ จึงปีนไปเปิดฝนแท๊งก์น้ำก็พบศพภรรยาของตนจมน้ำเสียชีวิต จึงแจ้งมูลนิธิใต้เต๊กตึ้งและตำรวจมาตรวจที่เกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งตนและญาติๆ ไม่ติดใจสาเหตุการตาย
แต่แพทย์เวรยังติดใจว่าลงไปฆ่าตัวตายในแทงก์น้ำได้อย่างไร เพราะเป็นการฆ่าตัวตายแบบผิดธรรมชาติ ซึ่งทางแพทย์เวรได้นำศพไปยังแผนกนิติเวช รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อทำการผ่าศพหาสาเหตุการที่แท้จริงต่อไป

#เจ้าของแผงลอตเตอรี่ #ศพในแทงก์น้ำ #จดหมายตาย #ป่วยโรครุมเร้า #โหนกระแส 

Posting Komentar

0 Komentar