สุดสลดเศรษฐีวัย 67 ปี ร้องสื่อถูกลูกชายและสะใภ้ กักขังกรอกยานานกว่า 2 ปี โอนถ่ายทรัพย์สินกว่า 65 ล้าน ช้ำเมียผูกคาดับคาห้อง เชื่อโดนฆาตกรรมจัดฉาก
12 ก.พ.66 เศรษฐีวัย 67 ปี เข้าร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา พร้อมกับมีการโชว์บาดแผล ซึ่งมีร่องรอยแผลเป็นตามแขนและขา โดยเจ้าตัวอ้างว่าเกิดจากถูกลูกชายและลูกสะใภ้ รวมถึงพ่อและแม่ฝั่งของสะใภ้ มีการทุบตีทำร้ายร่างกาย โดยใช้ไม้เมตรตีจนกระทั่งเกิดแผลแต่ก็ไม่ได้รับการรักษา ปล่อยให้แผลแห้งจนหายและสมานกันเอง เกิดเป็นแผลเป็นตามแขนขา
เศรษฐีวัย 67 ปี เล่าว่าไม่คิดเหมือนกันว่าลูกชายแท้ ๆ จะทำกับพ่อแม่แบบนี้ เพราะปกติตนเองก็เคยเห็นแต่ในทีวีหรือในละคร แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอกับตัว ที่ถูกลูกชายและลูกสะใภ้ใส่ยาในอาหารและน้ำให้กินโดย ช่วงนั้นตนและภรรยาได้อาศัยอยู่ที่บ้านของตนในพื้นที่ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ประมาณปี 2563 จากนั้นไม่นานตนและภรรยาล้มป่วยและถูกกักขังอยู่ภายในห้อง มีการเปลี่ยนลูกบิดที่ไม่สามารถเปิดได้จากข้างใน โดยช่วงนั้นหลานที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงได้พยายามเข้ามาหาแต่ก็ถูกกีดกัน มีอยู่วันหนึ่งลูกชายและลูกสะใภ้ของตนไม่อยู่หลานตนได้แอบขึ้นมายังห้องที่ตนถูกกักขัง และมาให้การช่วยเหลือพาส่งยังโรงพยาบาล ช่วงกลางดึกคืนนั้นแต่ยังไม่ทันได้พบหมอ ลูกชายได้อ้างสิทธิ์ในการนำตนและภรรยาออกมาจากโรงพยาบาลและพาไปกักขังเอาไว้ที่บ้านของพ่อแม่ของสะใภ้ ในพื้นที่เขต อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่ปี 2563-2565 ก่อนที่เดือน พฤษภาคม 2565 ตนเองจึงหนีออกมาได้
ซึ่งตอนที่ถูกกักขังช่วงแรกมีการขังเอาไว้ภายในห้องขนาด 4 คูณ 8 เมตร มีการปิดประตูหน้าต่างใช้สังกะสีปิด ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน ตอนแรกก็ยังมีทีวีให้ดู แต่ช่วงหลังก็ยกทีวีออกไป ขังตนเองอยู่กับภรรยาอยู่ภายในห้องดังกล่าว หน้าต่างทำเป็นลูกกรง คล้ายห้องขัง ทำเป็นช่องสี่เหลี่ยมพื้นผ้า สำหรับส่งถาดข้าว ขวดน้ำ ซึ่งกับข้าวส่วนใหญ่ก็เป็นมาม่าและปลากระป๋อง น้ำดื่มกรอกมาจากน้ำประปา ส่วนข้าวของเครื่องใช้มีเพียงแค่ผ้า 1 ผืน และหมอน 1 ใบ ถูกกักขังอยู่อย่างนั้นตลอดระยะเวลา 2 ปี ได้อาบน้ำ 3 เดือนครั้ง ครั้งละ ประมาณ 15 นาที เวลาจะถ่ายหนักหรือเบา ต้องใช้เก้าอี้เอาถุงดำใส่ไป แล้วมัด จากนั้นจะมีแม่บ้านใส่ชุดพีพีอีมาเก็บเดือนละครั้ง บางทีก็กองเต็มห้องส่งกลิ่นคลุ้ง
วันนี้หนีออกมาได้จึงได้มาดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อบุคคลที่กระทำตนและภรรยา แต่ภรรยาตนนั้นได้เสียชีวิตไปก่อนหน้า โดยตนเพิ่งมารับรู้เมื่อตอนที่ได้ออกมาเป็นอิสระแล้ว ว่าภรรยาตนนั้นผูกคอเสียชีวิตคาห้อง แต่ตนไม่เชื่อซึ่งติดใจในการเสียชีวิตของภรรยา คาดว่าน่าจะเป็นการฆาตกรรมจัดฉากอำพรางมากกว่าที่จะเป็นการฆ่าตัวตาย เพราะสัญญากันว่าจะไม่มีใครฆ่าตัวตายหนีความทุกข์นี้ ซึ่งตนมีข้อสงสัยเนื่องจากก่อนที่ภรรยาตนจะเสียชีวิตนั้น ตนได้ถูกจับให้ย้ายห้องแยกกันอยู่คนละห้อง จากนั้นในวันที่สามของการย้ายห้องได้ยินเสียงภรรยาตนเรียกให้ ช่วยด้วยประมาณ 2—3 ครั้ง และเงียบไป จากนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงภรรยาอีกเลย
ด้าน พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวบรวมพยานหลักฐานในคดีพร้อมสอบสวนเพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

0 Komentar